Cherdkiat's profile[TON_CK]PhotosBlogListsMore Tools Help

Cherdkiat Pawanaweechian

Occupation
I would follow my dream as far as I can, even if I fail, because I’ve try my best. --- ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง แม้ว่าจะผิดหวัง ก็จงภูมิใจว่า "ได้พยายามถึงที่สุดแล้ว"

[TON_CK]

A wolf without a pack is either a survivor or a brute
Photo 1 of 77
21 September

รำลึกความหลัง คำขวัญเด็กมงฟอร์ต

ตีเด็กยุพฯ ทุบเด็กปริ้นส์ฯ กระทืบสาทิต พิชิตม.ช.
ปะทะช่างกล ยลพระหฤทัย ไซ้เรยีนา กาวิละกราบตีน
นวมินฯเรียกพี่ เทคนิคเรียกพ่อ ข้าคือม.ว. พ่อทุกสถาบัน

ฮา...
28 December

ว่าด้วยเรื่องของ "นาฬิกาทราย"

"นาฬิกาทราย" คือสิ่งที่ไหลเคลื่อน เลื่อนไถล และเล็ดลอด

ส่วนบนของ"นาฬิกาทราย"คืออนาคตที่ถูกกักเก็บไว้ และค่อย ๆ ลดลง ขณะที่ส่วนล่างคืออดีตอันล้ำค่าจะก่อตัวเพิ่มพูนขึ้น และปัจจุบันซึ่งก็คือเวลาเสี้ยววินาทีที่ผ่านจุดเชื่อมระหว่างทั้งสองส่วนนั้นมีลักษณะสาดกระเซ็นเป็นละอองฝน
07 August

อยากให้ใครบางคน มาปัดเป่าเมฆฝนในใจ ให้ท้องฟ้าข้างในสดใสเสียที

คล้ายหัวใจ วางอยู่กลาง พายุฝน
ทั้งมืดมน ทั้งเหน็บหนาว ทั้งหม่นหมอง
อยากรู้ว่า เมื่อใดจะ ได้สมปอง
ไม่ใช่เพียง ได้แต่มอง ด้วยหัวใจ
10 June

หากคุณได้อ่านหรือสัมผัสกับเรื่องเล่าจากในวัง คุณจะรักในหลวงของเรามากยิ่งขึ้น

เรื่องเล่าเหล่านี้ เป็น เรื่องที่ได้รับการ Forward Mail ต่อๆกัน

หากคุณได้อ่านและสัมผัสกับเรื่องเล่าจากในวัง

คุณจะรักในหลวงของเรามากยิ่งๆขึ้น
 
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ครั้งหนึ่งที่ภาคอีสานเมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่ง

ที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการกราบ บังคมทูล

ที่คล่องแคล่วและใช้ ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน เมื่อในหลวงมีพระราช

ปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้ จึงมีคำกราบทูลว่า

"ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่าบัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวนพระพุทธเจ้าข้า.."

มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ที่ชานเรือน ก็ทรงตรัส

ถามว่า " เป็นนกอะไรและมีกี่ตัว.. "

พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า "มี ทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป

ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย

และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว"

เรื่องนี้ดร.สุเมธเล่าว่าเป็นที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้ ในหลวง

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา มีการ

ผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น

เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่อง ขออนุญาตนำ

พระบรมฉายาลักษณ์ของท่าน มาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ

ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า

"ไปบอกเค้านะเราไม่ใช่มิกกี้ เมาส์"

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มีอยู่ครั้งหนึ่งทรงเสด็จไปพระราชทานปริญญา

บัตรให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

ในระหว่างที่ทรงเปลี่ยนในครุย ทรง โปรดสูบมวนพระโอสถ

แต่ว่าทรงหาที่จุดไม่ได้ ทางอธิการบดีซึ่งเฝ้าอยู่ก็จุดไฟให้

พร้อมทูลว่า "ถวายพระเพลิงพระเจ้าข้า"

ในหลวงทรงชะงัก ก่อนจะแย้มสรวล น้อยๆกับอธิการบดี

ว่า"เรายังไม่ตายถวายพระเพลิงไม่ได้หรอก"

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เคยมีเรื่องเล่าให้ฟังว่าในหลวงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารเพื่อเยี่ยม เยียนราษฎร

มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมดแล้ว

แต่ราษฎรผู้หนึ่งกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า

"ขอเดชะ ขอ พระหนึ่งองค์"

ในหลวงทรงตรัสว่า "ขอเดชะ พระหมดแล้ว"

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ครั้งหนึ่งหลายๆ ปีมาแล้ว พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรนิดหน่อยเกี่ยวกับ

พระฉวี(ผิวหน้า)มีพระอาการคัน มีหมอโรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ

เพื่อถวายการรักษาคุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนังแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางราชาศัพท์ก็กราบ

บังคมทูลว่า

"เอ้อ - ทรง... อ้า-ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะ ค่ะ"

พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระสรวล ตรัสว่า "ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนี่จะท้องได้ยังไง"

แล้วคงจะทรงพระกรุณาว่าหมอคงจะไม่รู้ราชาศัพท์ทางด้านอวัยวะ

ร่างกายจริงๆ ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า

" อ้าพูดภาษาอังกฤษกัน เถอะ"

เป็นอันว่าก็กราบบังคมทูลซักพระอาการกันเป็นภาษาอังกฤษ ไป

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เรื่องนี้รุ่นพี่ที่จุฬาฯเล่าให้ฟังว่า มีอยู่ปีนึงที่ในหลวงทรงเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร

อธิการบดีอ่านรายชื่อบัณฑิตแล้ว บังเอิญว่ามีเหตุขัดข้องบางประการ

ทำให้อ่านขาดตอน ก็ต้องรีบหาว่าอ่านรายชื่อไป ถึงไหนแล้ว

ปรากฏว่าในหลวงท่านทรงจำได้ ท่านเลยตรัสกับอธิการไปว่า

" เมื่อกี้นี้ (ชื่อ....) เค้ารับไปแล้ว"

และมีอีกปีนึงขณะที่พระราชทาน ปริญญาบัตรอยู่ดีๆ ไฟดับไปชั่วขณะ

ทำให้บัณฑิตคนหนึ่งพลาดโอกาสครั้งสำคัญในการ ถ่ายรูป

พอในหลวงทรงพระราชทานปริญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะให้พระบรม

ราโชวาท ท่านทรงให้อธิการบดีเรียกบัณฑิตคนนั้นมารับพระราชทานอีกครั้ง

เพื่อจะ ได้มีรูปไว้เป็นที่ระลึก ตื้นตันกันถ้วนทั่วทั้งหอประชุม

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับในหลวง ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้งแผ่นดิน

และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้เข้าเฝ้าทูล

ละอองธุลีพระบาทถวายรายงาน

ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนมีข้าราชการระดับสูงผู้

หนึ่งกราบบังคมทูลรายงานว่า

" ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปก กระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้าพลตรีภูมิพลอดุลยเดช

ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตกราบ บังคม ทูลรายงาน ฯลฯ "

เมื่อสิ้นคำกราบบังคมทูลชื่อในหลวงทรงแย้มพระสรวล
 
อย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ถือสาว่า " เออ ดี เราชื่อเดียวกัน.."

ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้าต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัย

เพราะผู้ รายงานตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันหนึ่ง

พระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตามปกติที่ต่างจังหวัด

ก็มีชาวบ้านมา ต้อนรับในหลวงมากมาย

พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท ที่แถวหน้าก็

มีหญิงชราแก่คนหนึ่งได้ก้มลงกราบแทบพระบาท แล้วก็เอามือของแกมาจับ

พระหัตถ์ของ ในหลวง แล้วก็พูดว่ายายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง

แล้วก็พูดว่ายายอย่างโน้น ยายอย่างนี้

อีกตั้งมากมายแต่ในหลวงก็ทรงเฉย ๆ มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร
 
แต่พวกข้าราชบริภารก็มองหน้ากันใหญ่

กลัวว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤหัยหรือไม่
 
แต่พอพวกเราได้ยินพระองค์รับสั่งตอบว่ากับหญิงชราคนนั้น

ก็ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหวเพราะพระองค์ทรงตรัส! ว่า

" เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ

ต้องเรียกน้าซิถึงจะถูก"

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้า นางสนองพระโอษฐ์ ของฟ้าหญิงองค์เล็ก
 
ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชาย ขอพูดสายกับฟ้าหญิง

ทางนางสนองพระโอฐก็สอบ ถามว่าใครจะพูดสายด้วย ก็มีเสียงตอบกลับมาว่า
 
"คนที่แบงค์ "

นางสนองพระ โอฐก็ งง .....งง ว่าคนที่แบงค์ทำไมโทรมาแต่เช้า

แบงค์ก้อยังไม่เปิดนี่หว่า พอ ฟ้าหญิงรับโทรศัพท์แล้วถึงได้รู้ว่า

คนที่แบงค์น่ะ ก็ที่แบงค์จริงๆนะ ไม่เชื่อ เปิด กระเป๋าตังค์

แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ ขนลุกเลย



ที่มา : Forward Mail & ส่วนหนึ่งมาจากหนังสือเรื่อง ที่สุดใน หัวใจ

21 May

ความรู้สึก ครั้งแรกเจอ

เมื่อแรกพบ สพพักต์ รักก็เกิด
โลกบรรเจิด เกิดแรงใจ ดุจความฝัน
ครั้นได้คุย ได้สัมผัส รู้จักกัน
โลกก็พลัน เป็นสวรรค์ ขึ้นทันใด
06 November

ศพไร้ใจ

โลกดับสูญ จันทร์ดับแสง ใจดับสิ้น
จิตโบยบิน ออกจากกาย แล้วเลือนหาย
แม้ไร้จิต แม้ไร้ใจ แต่ไม่ตาย
เหลือเพียงกาย กลายเป็นซาก หากขาดเธอ
10 October

ก้อนหินละเมอ

เธอนั้นเปรียบ ดั่งจันทรา กระจ่างฟ้า
ที่มีกลุ่ม ดวงดารา มารายล้อม
เราเพียงหิน ไม่อาจเอื้อม เธอมาดอม
ไม่อาจน้อม เธอลงมา ให้เปื้อนดิน
อาจจะมี เพียงซักวัน ที่เราได้
เอื้อมขึ้นไป ไขว่คว้าฝัน ของเศษหิน
แม้สุดท้าย ต้องร่วงลง สู่พื้นดิน
ใจก็ยัง ยินดีที่ ได้พยายาม
 

PowerToy: Custom HTML

No content has been added yet.